Demo Image

ข่าวล่าสุดและบล็อก

การเดินทางช่วยให้เราเข้าใจความหมายของชีวิตและช่วยให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น ทุกการเดินทางเราจะมองโลกด้วยสายตาใหม่

เมืองฉงชิ่ง (Chongqing) ดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ไม่ได้เป็นแค่เมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางทั่วโลกหลงใหล ด้วยภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเนินเขาและสายหมอกที่ลอยละล่องในยามเช้า ทำให้ฉงชิ่งได้รับฉายาว่า “เมืองภูเขาและหมอก” ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ที่นี่คือการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่าและตึกระฟ้าสุดทันสมัย รวมถึงธรรมชาติที่งดงามราวกับภาพวาด หากคุณกำลังวางแผนทริปไปฉงชิ่งและสงสัยว่า “ควรไปเดือนไหนดี?” บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการท่องเที่ยว พร้อมแนะนำสถานที่เด็ดในแต่ละฤดูกาลที่รับรองว่าธรรมชาติสวยตรงใจแน่นอน เก็บกระเป๋าให้พร้อม แล้วไปตะลุยฉงชิ่งกันเลย!

一些重庆_1_A1iurophile_来自小红书网页版

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม): ดอกไม้บานสะพรั่งท่ามกลางสายหมอก

หากคุณอยากสัมผัสฉงชิ่งในวันที่อากาศเย็นสบายและธรรมชาติเบ่งบาน ฤดูใบไม้ผลิคือคำตอบที่ใช่ อุณหภูมิในช่วงนี้อยู่ระหว่าง 11 – 23 องศาเซลเซียส พร้อมหมอกบางๆ ที่ปกคลุมเมืองในยามเช้า แม้ว่าจะมีฝนโปรยปรายบ้าง แต่ฝนนี้กลับช่วยเติมความชุ่มฉ่ำให้กับดอกไม้หลากสีที่บานสะพรั่งทั่วเมือง เป็นช่วงที่เหมาะกับการถ่ายรูปและดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติอย่างเต็มที่

พิกัดแนะนำในฤดูใบไม้ผลิ

  1. เมืองโบราณฉือชี่โข่ว (Ciqikou Ancient Town)
    ย้อนเวลาไปสัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์กว่า 1,000 ปี ที่เมืองโบราณฉือชี่โข่ว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจียหลิง ที่นี่เต็มไปด้วยถนนปูหินเก่าแก่ บ้านเรือนสไตล์จีนโบราณ และร้านค้าที่ขายของกินพื้นเมือง เช่น บะหมี่เสฉวนรสเผ็ดจัดจ้าน และขนมท้องถิ่นแสนอร่อย ในฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ตามทางเดินจะบานสะพรั่ง เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับบรรยากาศย้อนยุคที่เหมือนหลุดเข้าไปในซีรีส์จีนสมัยก่อน นอกจากนี้ยังมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น การเชิดมังกร หรือการร้องเพลงท้องถิ่นให้ได้ชม เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินชิล ชิมของอร่อย และถ่ายรูปเก๋ๆ
  2. หินแกะสลักต้าจู่ (Dazu Rock Carvings)
    มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ในเขตต้าจู่ ห่างจากตัวเมืองฉงชิ่งไม่ไกล ที่นี่คือแหล่งรวมงานศิลปะแกะสลักหินอายุกว่า 1,200 ปี ซึ่งผสมผสานอิทธิพลของพุทธศาสนา ลัทธิเต๋า และขงจื๊อ ไฮไลต์คือผาหินที่ประดับด้วยรูปสลักพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์อันงดงาม ในฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็นสบายและต้นไม้เขียวขจีรอบๆ ทำให้การเดินชมงานศิลปะท่ามกลางธรรมชาติเป็นประสบการณ์ที่ทั้งสงบและน่าประทับใจ เหมาะสำหรับคนรักศิลปะและประวัติศาสตร์
  3. อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (Three Natural Bridges)
    สวรรค์ของคนรักธรรมชาติที่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ส่งผลให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ที่มีความลึกถึง 300 – 500 เมตร และสะพานหินธรรมชาติ 3 แห่ง ได้แก่ สะพานเทียนหลง ชิงหลง และเฮยหลง จุดเด่นคือระเบียงกระจกใสที่ยื่นออกไปที่ความสูง 1,200 เมตร ให้คุณได้สัมผัสความตื่นเต้นและถ่ายรูปวิวแบบพาโนรามา ในฤดูนี้ ต้นไม้และพืชพรรณจะเขียวขจีเต็มที่ เหมาะกับการเดินป่าและสูดอากาศบริสุทธิ์
  4. 一些重庆_2_A1iurophile_来自小红书网页版

ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): ล่องเรือชมวิวและหลบร้อนในถ้ำ

ฤดูร้อนของฉงชิ่งค่อนข้างร้อนจัด อุณหภูมิอยู่ที่ 27 – 38 องศาเซลเซียส และอาจพุ่งสูงถึง 43 องศา ในเดือนกรกฎาคม บางวันอาจมีฝนตกทำให้อากาศชื้นและอบอ้าว แนะนำให้เลือกกิจกรรมในร่มหรือออกเที่ยวในช่วงเช้าและเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อน

พิกัดแนะนำในฤดูร้อน

  1. แม่น้ำแยงซีเกียง (Yangtze River)
    แม่น้ำที่ยาวที่สุดในจีนแห่งนี้ไม่ใช่แค่สายน้ำธรรมดา แต่เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยทัศนียภาพสุดอลังการ กิจกรรมยอดนิยมคือการล่องเรือสำราญผ่านช่องแคบชวีถังเสียและประตูขุยเหมิน คุณจะได้เห็นภูเขาสูงชันและเมืองที่เรียงรายอยู่ริมฝั่ง นอกจากนี้ยังมีกระเช้าลอยฟ้าที่พาคุณขึ้นไปชมวิวเมืองฉงชิ่งจากมุมสูง เห็นทั้งตึกระฟ้าและสะพานที่ตัดกับขุนเขา แนะนำให้ไปตอนเย็นหรือค่ำเพื่อบรรยากาศโรแมนติกและอากาศที่เย็นลง
  2. ถ้ำหินฝูหยง (Furong Cave)
    มรดกโลกทางธรณีวิทยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดย UNESCO ถ้ำหินฝูหยงเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยอายุนับล้านปี ซึ่งถูกประดับด้วยไฟหลากสีสันจนสวยงามราวกับอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ อากาศภายในถ้ำเย็นฉ่ำตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับการหลบร้อนและเดินชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแบบเพลินๆ

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม): ใบไม้เปลี่ยนสีและท้องฟ้าใส

ฤดูใบไม้ร่วงคือช่วงที่ธรรมชาติของฉงชิ่งสวยงามที่สุด อุณหภูมิอยู่ที่ 21 – 28 องศาเซลเซียส อากาศเย็นลง ท้องฟ้าแจ่มใส และใบไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง เหมาะกับการท่องเที่ยวกลางแจ้งและถ่ายรูปวิวทิวทัศน์

พิกัดแนะนำในฤดูใบไม้ร่วง
  1. เทือกเขาจินฝอ (Jinfo Mountain)
    หรือที่รู้จักในชื่อ “ภูเขาพระพุทธรูปทองคำ” เทือกเขานี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติระดับ 5A ที่มีทั้งทะเลหมอก ป่าดึกดำบรรพ์ และถ้ำหินปูน ในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสีจะสร้างฉากหลังที่งดงามให้กับเส้นทางเดินป่า นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่ให้คุณได้เห็นความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแบบเต็มตา เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสความสงบและความงามของขุนเขา

ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์): สายหมอกลึกลับและน้ำพุร้อน

ฤดูหนาวของฉงชิ่งมีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิอยู่ที่ 4 – 13 องศาเซลเซียส เดือนธันวาคมและมกราคมหนาวที่สุด บางวันมีหมอกหนาปกคลุม สร้างบรรยากาศลึกลับและเงียบสงบ เหมาะกับคนที่ชอบความโรแมนติกและการพักผ่อนแบบชิลๆ

พิกัดแนะนำในฤดูหนาว

  1. น้ำพุร้อนหรงฮุย (Ronghui Hot Spring)
    แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของฉงชิ่ง ที่นี่มีบ่อน้ำพุร้อนหลายสระให้เลือกแช่ แต่ละสระมีคุณสมบัติที่ช่วยบำบัดร่างกายแตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีบริการสปา นวด และร้านอาหารให้คุณได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ เป็นสถานที่ที่ช่วยคลายหนาวและเติมพลังให้ร่างกายได้ดีเยี่ยม

สรุป: เที่ยวฉงชิ่ง เดือนไหนดีที่สุด?

ฉงชิ่งเป็นเมืองที่เที่ยวได้ทุกฤดู แต่ถ้าคุณอยากได้ธรรมชาติสวยตรงใจและอากาศดี ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) และ ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม) คือช่วงที่แนะนำที่สุด ฤดูใบไม้ผลิมีดอกไม้บานและหมอกบางๆ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงมีใบไม้เปลี่ยนสีและท้องฟ้าใส หากชอบความท้าทาย ฤดูร้อนและฤดูหนาวก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือแม่น้ำแยงซีเกียงหรือแช่น้ำพุร้อนท่ามกลางอากาศหนาว

วางแผนทริปให้ดี เลือกช่วงเวลาและสถานที่ที่ใช่ แล้วฉงชิ่งจะมอบประสบการณ์การเดินทางที่ทั้งสวยงามและน่าจดจำให้คุณแน่นอน!


ป้ายกำกับ